เกร็กเล็ก...เกร็ดน้อย
นี่ซิยอด!! สุดอลังการ!! "เพชรชมพู" ยังชิดซ้าย !!

โดย เล็ก วัดรวก

รองปกเซียนพระ ฉบับนี้มีทีเด็ด มาฝากท่านตามเคย เป็นของดีที่หาดูได้ยากมาก อย่างหนึ่งในกระบวนพระกรุด้วยกัน ถ้าพบเห็นของแท้ที่ไหน ขอให้รีบเช่าหาเก็บไว้ทันที เพราะเป็นของหายาก มีค่ายิ่งกว่าเพชรสีชมพูเป็นไหนๆ พระที่ว่านี้คือ พระกรุวัดจุฬามณี เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง จังหวัดพิษณุโลก
ครับ ขอย้ำ... เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง !! เพราะปกติพระกรุนี้ เราพบเห็นเป็นเนื้อดินเผาทั้งนั้น และผุ้คนส่วนใหญ่ ก็มักเข้าใจว่า พระกรุวัดจุฬามณี มีเพียงเนื้อดินเผาเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงก็คือยังมีเนื้ออื่นอีก และเป็นของหายากมาก ได้แก่ เนื้อชิน และเนื้อดินผสมผงซึ่งมีสีดำ พระสองเนื้อนี้อย่าว่าแต่จะหาองค์จริงมาให้ดูกันเลย เอาแค่รูปยังหามาดูได้ยากสสสสส์ ที่ต้องเติม ส.เสือ หลายๆตัว ก็หมายความว่ายากมากครับ

ดูกันชัดๆ พระจุฬามณีพิมพ์หน้าฤาษีหลังนาง "เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง" ที่หาดูยาก
พระกรุวัดจุฬามณี เป็นพระกรุที่มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุด กรุหนึ่งของเมืองไทยก็ว่าได้ เพราะมีอะไรหลายๆอย่าง มาประชุมประกอบกัน ดังนี้ครับ
ความยิ่งใหญ่ข้อแรก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2007 โดยโปรดให้แปลงเทวสถานขอม ที่มีมาแต่เดิมสร้างเป็นวัดขึ้นให้ชื่อว่าวัดพระจุฬามณี
ความยิ่งใหญ่ข้อที่สองเมื่อสรางวัดแล้ว สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงผนวชที่วัดนี้ เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน โดยมีข้าราชบริพารออกบวชตามเสด็จ 2348 รูป และมีเจ้าเมืองล้านช้าง(ลาว) เจ้าเมืองเชียงใหม่ และเจ้าเมืองหงสาวดี(พม่า) แต่งเครื่องอัฐบริขารมาถวาย อันแสดงถึงพระราชอำนาจของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และภายหลังลาผนวชแล้ว ก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
ความยิ่งใหญ่ข้อที่สามวัดนี้มีความสำคัญมาก ถึงขนาดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้โปรดให้มีการ บูรณะปฏิสังขรณ์ ภายหลังเสียหายจากศึกสงคราม ครั้งนั้นได้โปรด ให้ทำศิลาจารึกขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2233 หรือในอีก 216 ปีต่อมาและเป็นเพราะศิลาจารึก นี้เอง ทำให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงประวัติความเป็นมา ของวัดจุฬามณี รวมทั้งการออกผนวช ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เนื่องจากวัดจุฬามณี เป็นวัดที่มีชัยภูมิอยู่ริมแม่น้ำน่าน ทำให้วัดนี้กลายเป็นที่พักทัพ ในการศึกสงคราม กับพม่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมา จนถึง ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ยังผลให้วัดจุฬามณี ต้องเสียหายยับเยิน ในที่สุดวัดจุฬามณี ก็ร้างไปในที่สุด วัดจุฬามณี ได้รับการบูรณะขึ้นมาอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2473 และมีพระภิกษุสงฆ์ จำพรรษาอยู่ จวบจนปัจจุบันนี้

พระจุฬามณีพิมพ์หน้าฤาษีหลังนาง องค์นี้ สีสดใส มีร่องรอยรักเก่า เนื้อหาหนึกนุ่มไม่เบา
พระวัดจุฬามณีขึ้นจากสองกรุ กรุแรกเป็นกรุพระนาภีหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระศิลาเก่าแก่ ขนาดหน้าตัก 6 ศอกเศษภายในวัดได้มีพวกขี้เมา ลักลอบกระทุ้ง พระนาภี ของหลวงพ่อเพชรแตก ดดยนึกว่าจะมีแก้วแหวนเงินทองซ่อนอยู่ แต่กลับปรากฏว่ามีพระพิมพ์ไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์เกิดขึ้น ในช่วงที่วัดจุฬามณี ยังเป็นวัดร้างก่อน พ.ศ.2473
ส่วนอีกกรุ เป็น กรุน้ำ หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบไม่นาน พระเจดีย์ของวัดองค์หนึ่งที่อยู่ริมแม่น้ำน่าน ได้พังลง ทำให้พระจำนวนมาก จมลงน้ำไป พระกรุน้ำนี้ สีจะซีด และมักซวกไม่หนึกแกร่ง อย่างพระที่ได้จากพระนาภีหลวงพ่อเพชร
ส่วนพระเนื้อชินนั้น แทนที่จะเป็นชินเงิน กลับเป็น ชินตะกั่วสนิมแดง เรื่องนี้ไม่แปลกหรอกครับ เพราะพระเนื้อตะกั่วสนิมแดง ก็พบในหลายกรุของเมืองพิษณุโลก เช่น กรุเขาสมอแครง กรุอรัญญิก เป้นต้น พระวัดจุฬามณีเนื้อชินที่เห็น ในรูปนั้น อยู่ในสภาพ สมบูรณ์ดี มีคราบไขขาว จับตามซอกทั่วไป ส่วนสนิมแดง มีบ้างเล็กน้อยและสีไม่จัด ร่องรอยนี้แสดงถึงสภาพบรรยากาศ ในกรุไม่แปรปรวนมากนัก ทำให้พระมีสภาพดี จึงน่าจะเชื่อว่า น่าจะเป็นพระที่ได้จากพระนาภีหลวงพ่อเพชร มากกว่า กรุน้ำ ค่อนข้างจะแน่นอน

พระจุฬามณีพิมพ์หน้าฤาษีหลังนาง เนื้อดินเผา
พระวัดจุฬามณีส่วนมากมักทำเป็นสองหน้า อาทิ ด้านหน้าเป็นพระพุทธเกศฤษี ด้านหลังเป็นพระนาง พระนี้ได้แยกย่อยออกเป็นหลายพิมพ์ และยังมีพิมพ์หน้าลีลา หลังซุ้มเสมา , พิมพ์หน้าซุ้มเปลวเพลิง พิมพ์หลังพระนาง , พิมพ์หน้าซุ้มชินราช พิมพ์หลังพระนางขัดเพชร , พิมพ์นางม้วนเดียว , พิมพ์นางสองหน้า , พิมพ์ซุ้มชินราชสองหน้า เป็นต้น รวมแล้วมีราวสิบพิมพ์ พระจุฬามณี มีรูปทรงเป็นเม็ดขนุน มีขนาดราวข้อนิ้วชี้ผู้ใหญ่ เป็นพระที่มีความเกรียงไกรอลังการในด้านต้นกำเนิดมาก ตลอกระยะเวลาราว 70 ปี นับแต่พระได้แตกออกจากกรุ จนถึงปัจจุบัน ได้ปรกฏกฤดาภินิหาร ในด้านแคล้วคลาดเนืองๆ พระจุฬามณี จึงอาราธนาขึ้นคอใช้แทน พระนางพญาได้สบายมาก
และแน่นอน ยิ่งถ้าได้ พระจุฬามณีเนื้อชิน ขึ้นคอ ก็ยิ่งเด็ดสะแด่วแห้วเข้าไปอีก เดินเข้าตลาดพระเปิดอกวอมแวมชะแว๊บ ให้นักเลงพระอาวุโส เหล่ เล่นๆรับรองท่าน ซือแป๋ ทั้งหลายเห็นเข้าคงได้แต่เกาหัวแกร๊กๆ สงกะสัยจริงๆ พระจุฬามณี กรุไหนสีถึงได้ออกเทามอๆแบบนั้น ก็น่าสงสัยอยู่หรอกครับ เพราะพระกรุวัดจุฬามณี(เนื้อดิน)โดยมาก สีจะออกแดงอมน้ำตาลเข้ม หรือพิกุลแห้ง
เล่นพระก็งี้แหละครับท่าน มีดีต้องโชว์ได้!! ถ้ามีพระอลังการขนาดนี้ เขาไม่จ๋อง หรือกระมิดกระเมี้ยน แล้วครับ เพราะพระบนคอไม่ใช่ หลวงพ่อเชียร์ วัดมุสาวาท ที่คนติงต๊องไร้ปมประสาทใช้กัน