[an error occurred while processing this directive]

พระกริ่ง
                                   สมเด็จพระสังฆราช
                             (แพ) รุ่นเชียงตุง

   ลักษณะของพระกริ่งรุ่นนี้ได้แบบมาจากพระกริ่งจีนใหญ่ของนอกสร้างเมื่อปี  พ.ศ.2486 สร้างโดยการเททองหล่อ แบบโบราณ กระแสวรรณะของเนื้อโลหะเป็นแบบ  "ทองผสม" สีออกเหลืองอมเขียว บางองค์ ก็ออกเป็นเหลืองอมน้ำตาลนับเป็นพระกริ่งในองค์สมเด็จพระสังฆราช(แพ)อีกรุ่นหนึ่งที่มีมูลค่าในการเล่นค่อนข้างสูง  องค์สวยๆมีการเช่าหาหลักแสนกลางๆ

            พระกริ่งรุ่นนี้สมเด็จพระสังฆราช(แพ)ได้ทรงแจกให้กับคณะผู้แทนกรมการศาสนาและพระสงฆ์ที่เดินทางไปเผยแพร่พระศาสนา ที่เมืองเชียงตุง ประเทศพม่าซึ่งตอนนั้นถือว่าอยู่ในสิทธิครอบครองของไทย  จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อพระกริ่งรุ่นนี้ว่า "พระกริ่งรุ่นเชียงตุง"  ตอนที่ทหารไทยทำสงครามกับทหารพันธมิตรที่เมืองเชียงตุง ประเทศพม่านั้นมีนายทหารไทยคนหนึ่งได้รับแจกพระกริ่งรุ่นนี้ จากองค์สมเด็จพระสังหราช(แพ)ไปด้วยองค์หนึ่ง ขณะที่รบฝ่ายข้าศึกได้ระดมยิงกระสุนปืนมาดั่งห่าฝน แต่ก็แปลกที่เหล่ากระสุนของฝ่ายข้าศึกไม่ถูกต้องตัวเขาแม้แต่นักเดียว ด้วยอานุภาพของพระกริ่งที่ติดตัวอยู่นอกจากนี้อานุภาพของ พระกริ่งยังสามารถช่วยป้องกันอันตรายให้กับทหารที่ร่วมรบเคียงข้างกายอยู่ใกล้ๆอีกด้วย หลังกลับจากสงครามแล้ว นายทหารคนนี้ก็ได้ไปนมัสการกราบทูลเล่าเรื่องนี้ให้สมเด็จพระสังฆราช(แพ)ฟัง แทนที่พระองค์จะทรงชื่นชมกลับตรัสว่า "เธอนี้พูดอะไรก็ไม่รู้พอเถอะๆ" อันนี้เป็นการแสดงถึงการวางพระองค์เฉยไม่ทรงยินดี ในการเสกสรรปั้นยอแต่อย่างใดพระกริ่งรุ่นเชียงตุงถือว่าเป็นพระกริ่งรุ่นสุดท้ายในสมเด็จพระสังฆราช(แพ)  เพราะหลังจากสร้างพระกริ่งรุ่นนี้แล้วพระองค์ได้ทรงเลิกการสร้างพระกริ่งอีกต่อไป โดยทรงมอบตำราและแนะนำ เคล็ดลับในการสร้างพระกริ่งให้กับ "เจ้าคุณศรีฯ(สนธิ์)" อย่างหมดไส้หมดพุงและทรง มอบหมายให้เจ้าคุณศรีฯ(สนธิ์) ดำเนินการสร้างพระกริ่งแทนพระองค์ท่านสีบไป โดยพระองค์จะเป็นเพียงองค์ประธาน ในพิธีเท่านั้น ตราบจนกระทั่งสิ้นพระชนม์






back          menu          next

[an error occurred while processing this directive]